วันจันทร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2557

10 ยอดอันดับ สุดยอดพลแม่นปืนของโลกและไสนเปอร์ที่ดีที่สุด

10 อันดับ สุดยอดพลแม่นปืนของโลก


10. โทมัส พลันเกตต์ (Thomas Plunkett)

พลทหารชาวไอริชสังกัดกองทัพอังกฤษประจำการในแคนาดา เป็นผู้ยิงสังหารนายพลออกุสเต-มารี-ฟรังซัว โกลแบร์ต (Auguste-Marie-François Colbert) จากระยะไกล 600 เมตร ด้วยไรเฟิ้ลยี่ห้อเบเคอร์ (Baker) พลันเกตต์ ไม่ได้ฟลุก เขายิงพลแตรของฝ่ายฝรั่งเศสอีกคนหนึ่ง ที่เข้าไปช่วยเหลือท่านนายพลขณะใกล้จะสิ้นลม ถือเป็นผลงานสุดยอดด้วยไรเฟิ้ลในศตวรรษที่ 19 ไม่มีรายละเอียดมากนักเกี่ยวกับพลทหารยอดฝีมือจากไอร์แลนด์ ทราบแต่ว่าเสียชีวิตในปี พ.ศ.2394









9. “จ่าเกรซ” (Sgt Grace) 

ทหารราบพลปืนสังกัดกองพันทหารราบจอร์เจียที่ 4 ของฝ่ายสหพันธรัฐ ในช่วงสงครามกองทัพกับอังกฤษ เป็นผู้สังหารนายพล จอห์น เซ็ดจ์วิค (Gen John Sedgwick) ของฝ่ายข้าศึกจากระยะ 1,000 หลา จ่าเกรซ ยิงพลาดนัดแรกทำให้ทหารอังกฤษวิ่งหาที่กำบัง แต่นายพลเซ็ดจ์วิค ยังอยู่ที่เดิม และ ยังดุผู้ใต้บังคับบัญชาว่าตกใจกลัวเกินเหตุ ทั้งๆ ที่สไนเปอร์ยิงจากระยะไกลขนาดนั้น ท่านนายพลดุทหารซ้ำอีกครั้งว่า “ระยะขนาดนั้นยิงช้างยังไม่โดนเลย” แต่กระสุนนัดที่ 2 ของจ่าเกรซเจาะทะลุเข้าที่บริเวณใต้ตาข้างขวาของนายพลเซ็ดจ์วิค ซึ่งกลายเป็นผู้เสียชีวิตระดับสูงที่สุดของฝ่ายอังกฤษในสงครามแย่งดินแดนอาณานิคมในอเมริกาเหนือ และเรื่องที่ขำไม่ออก ก็คือ จ่าเกรซซุ่มยิงด้วยไรเฟิ้ลยี่ห้อวิธเวิร์ธ (Whitworth) ที่ผลิตในอังกฤษ





   8. ร็อบ เฟอร์ลอง (Rob Furlong) 

เป็นอดีตพลทหารกองทัพแคนาดา ปฏิบัติการในอัฟกานิสถาน เป็นสไนเปอร์ที่ยิงสังหารได้จากระยะไกลที่สุดเท่าที่มีการบันทึกในประวัติศาสตร์ คือ 1.51 ไมล์ หรือ 2,430 เมตร ร็อบยิงด้วยปืน TAC 50 ขนาด .50 ของแม็คมิลลันบราเดอร์ส (McMillan Brothers) และ ยิงด้วยกระสุน A-MAX เป้าหมายเป็นผู้นำระดับปฏิบัติการคนสำคัญของกลุ่มอัลกออิดะห์ นัดแรกของเขาพลาดเป้า นัดที่สองโดนเป้สะพายหลัง ตอนกระสุนนัดที่ 2 โดนนั้น ร็อบได้เหนี่ยวไกยิงนัดที่ 3 ออกไปแล้ว แต่ก็เป็นช่วงที่อีกฝ่ายหนึ่งรู้ตัวว่าถูกลอบยิง ระยะทางขนาดนั้นกระสุนแต่ละนัดใช้เวลาราว 3 วินาที แหวกอากาศสู่เป้าหมาย ซึ่งนานพอที่อีกฝ่ายหนึ่งจะรู้ตัวว่าโดนซุ่มและหลบหาที่กำบัง แต่นักฆ่าชาวแคนาดามีสติมั่นคง เพียง 3 วินาทีก็มากพอที่จะยิงซ้ำนัดที่ 3 ซึ่งพุ่งเข้าทะลุหน้าอกของเป้าหมายทั้งหมดนี้เกิดขึ้นต่อหน้าเพื่อนร่วมทีมสังหารอีก 3 คน












7. วาสสิลี เซ้ตซอฟ (Vassili Zaytsev)

เกิด 23 มี.ค.2458 ถึงแก่กรรม 15 ธ.ค.2544 ดูจะเป็นสไนเปอร์ที่โลกรู้จักมากที่สุด ผ่านภาพยนตร์ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งที่ ฌ็อง-ฌากส์ อานโนด์ (Jean-Jaques Annaud) สร้างและกำกับ จูด ลอว์ (Jude Law) ประชันบทกับ ริชาร์ด ไฟนส์ (Richard Fiennes) เอ็ด แฮร์ริส (Ed Harris) กับ เรเชล ไวส์ (Rachel Weisz) เกิดในครอบครัวชาวนา เซ้ตซอฟเข้าเป็นทหารกองทัพแดงของอดีตสหภาพโซเวียต เขาสังหารนาซีได้ 242 คน ระหว่างเดือน ต.ค.2485 ถึง ม.ค.2486 ที่กองทัพของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ยึดครองนครสตาลินกราด (Stalingrad) เรื่องราวอันแท้จริงของเขาไม่มีรายละเอียดมากนัก เพียงแต่ว่าเขาสามารถสังหารเออร์วิน โคนิก (Erwin Kónig) สุดยอด "มือปราบสไนเปอร์" ของนาซีได้ และได้ปืนของคู่ต่อสู้เป็นรางวัลเกียรติยศ เนื่องจากเป็นของคนที่เป็นยอดฝีมือเช่นเดียวกันกับตัวเขา










6. ลูดมิลา ปาฟลิเชนโก (Lyudmila Pavlichenko) 

เกิด 12 ก.ค.2459 ถึงแก่กรรม 10 ต.ค.2517 สมัครเข้าเป็นทหารเดือน มิ.ย.2484 ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ขณะกองทัพนาซีบุกสหภาพโซเวียต เธอเป็นหนึ่งในนักแม่นปืนหญิงราว 2,000 คนของกองทัพแดง ปฏิบัติการในเซวาสโตโปล (Sevastopol) คาบสมุทรไครเมีย ในทะเลดำ “นักฆ่าหน้าหวาน” มีประวัติสังหารนาซี 309 คน ในนั้น 36 คนเป็นสไนเปอร์เช่นเดียวกับเธอ









5.ฟรานซิส พีกะมากาโบว์ (Francis Pegahmagabow)

ฟรานซิส Pegahmagabow MM & สองแท่ง , (9 มีนาคม 1891 - 5 สิงหาคม 1952) เป็น ชาติแรก ทหารตกแต่งอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับความกล้าหาญใน ประวัติศาสตร์การทหารของประเทศแคนาดา และมีประสิทธิภาพมากที่สุด มือปืน ของ สงครามโลกครั้งที่ สามครั้งที่ได้รับรางวัลเหรียญทหารอย่างจริงจังและ. ได้รับบาดเจ็บเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญ นักแม่นปืน และ ลูกเสือ เครดิตกับการฆ่า 378 และเยอรมันจับ 300 [2] ในชีวิตหลังจากนั้นเขาทำหน้าที่เป็นหัวหน้าและ สมาชิกสภา สำหรับ ประเทศแรก Wasauksing และเป็น นักกิจกรรม และเป็นผู้นำในหลาย ประเทศแรก องค์กร เขาติดต่อกับคนอื่น ๆ และได้พบข้อสังเกตตัวเลขดั้งเดิมรวมทั้ง เฟร็ดลอฟท์ , จูลส์ Sioui, แอนดรู Paull และ Tootoosis จอห์น . 






4. สิโม ฮาห์ยา (Simo Häyhä) 

ในช่วงสงครามกับรัสเซีย พ.ศ.2482-2483 ในเวลาเพียง 100 วัน พลทหารกองทัพเล็กๆ ของฟินแลนด์คนนี้สังหารทหารรัสเซีย 505 คนด้วยปืนไรเฟิ้ลไม่ติดกล้อง กับอีกราว 200 คนด้วยปืนกล รวมผลงาน 705 ศพ ฮาห์ยา บอกกับคนใกล้ชิดในเวลาต่อมาว่า กล้องติดปืนเป็นอันตรายอย่างยิ่งในสภาพแวดล้อมด้วยหิมะ มันอาจสะท้อนแสงวาววับเมื่อไรก็ได้ ซึ่งจะทำให้ข้าศึกมองเห็นจุดซุ่มยิง เทคนิคการเอาชีวิตรอดอีกอย่างหนึ่งคือ ก่อนจะลั่นไกเขาจะอมหิมะเอาไว้ ป้องกันมิให้ลมหายใจที่พวยพุ่งออกมากลายเป็นไอให้เห็น ภายใต้อุณหภูมิติดลบ 40 องศาเซลเซียส ซึ่งจะเป็นที่สังเกตของฝ่ายตรงข้าม จุดซุ่มของเขาจะมีหิมะปกคลุมช่วงปลายกระบอกปืนเอาไว้เสมอ ด้วยเหตุผลเดียวกัน คือ ไม่ให้ไอร้อนจากการยิงพวยพุ่งขึ้น เมื่อเขายิงสังหารฝ่ายรัสเซียเป็นจำนวนมากขึ้นทุกทีๆ ฝ่ายนั้นส่งทหารทั้งกองร้อย ออกค้นหาทั่วทั้งป่าและทุ่งหิมะ แต่ก็ไม่เคยพบ “ความตายสีขาว” (White Death) อันเป็นฉายาที่ข้าศึกมอบให้ด้วยความเคารพเลื่อมใส








3. ชาร์ลส์ “ชัค” มอวินนีย์ (Charles ‘Chuck’ Mawhinney) 

เกิดปี พ.ศ.2492 เกิดในครอบครัวชาวนาแห่งทุ่งแพรรี่ ล่าสัตว์มาตั้งแต่ยังเล็ก สมัครเข้ารับใช้ชาติในปี 2510 และ เพียง 16 เดือนในเวียดนาม พลทหารมอวินนีย์ ซัดข้าศึกด่าวดิ้นต่อหน้า 103 คน อีก 216 คน โดน “ส่อง” และอาจถึงแก่ชีวิต ในช่วงปีดังกล่าวเป็นการเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะค้นหาศพเพื่อยืนยัน เมื่อปลดประจำการจากกองกำลังนาวิกโยธิน “ชัค” ไม่ปริปากเรื่องเวียดนามกับใคร มีเพื่อนนาวิกฯ เพียงไม่กี่คนที่รู้ จนอีก 20 ปีต่อมาหนึ่งในคนเหล่านั้นจึงเปิดเผยเรื่องราวอันน่าทึ่งของเขาออกมาให้โลกรู้จัก ซึ่งขณะนั้นมอวินนีย์เป็นครูสอนวิชายิงปืนที่สถาบันแห่งหนึ่ง “มันเป็นการล่าที่สุดยอด- คนๆ หนึ่งออกล่าอีกคนหนึ่งที่กำลังตามล่าตัวเขาเช่นเดียวกัน อย่าเอาไปเปรียบเทียบกับการล่าสิงโตล่าช้างอย่างเด็ดขาด- สัตว์พวกนั้นไม่ได้มีโอกาสต่อสู้ ไม่ได้ยิงโต้ตอบคุณด้วยไรเฟิ้ลติดกล้อง ผมรักการล่า (ในเวียดนาม) อย่างจับใจ และรู้สึกพอแล้ว” เพื่อนนาวิกฯ ที่เขียนเรื่องราวของเขา อ้างคำพูดอันเป็นวรรคทองของมอวินนีย์ ระยะซุ่มยิงของมอวินนีย์จะอยู่ระหว่าง 300-800 หลา แต่ก็มีหลายครั้งที่เขาสอยข้าศึกร่วงจากระยะกว่า 1,000 หลา ซึ่งทำให้มอวินนีย์เป็นเทพสไนเปอร์อันดับ 3 ในสงครามเวียดนาม และนี่คือมือวางอันดับ 8 ของโลก 






2. เอเดลเบิร์ต เอฟ วัลดรอน (Adelbert F Waldron)

เกิดวันที่ 14 มี.ค.2476 ถึงแก่กรรม 18 ต.ค.2535 “เก็บ” ฝ่ายเวียดนามเหนือได้ 109 คน แต่ได้รับการยกย่องเป็นนักแม่นปืนที่แม่นยำที่สุดและมือดีที่สุดคนหนึ่งของนาวิกฯ สหรัฐฯ พ.อ.ไมเคิล ลี แลนนิง (Michael Lee Lanning) นายทหารผ่านศึกจากสงครามเวียดนาม ได้บันทึกเหตุการณ์เอาไว้ว่า บ่ายวันหนึ่งขณะหมวดลาดตระเวนกำลังแล่นเรือไปตามลำน้ำโขง มีข้าศึกยิงจากฝั่งในระยะไกลโดนเข้าลำเรือ และขณะที่คนอื่นๆ ตื่นตระหนกหาที่หลบซ่อน จ่าวัลดรอนมองเห็น เขายกปืนขึ้นเล็งและสอยเวียดกงนักซุ่มลงจากต้นมะพร้าวที่อยู่ห่างออกไปราว 900 หลา มือวางอันดับ 2 ในสงครามเวียดนามและอันดับ 3 ในระดับโลก ได้รับการยกย่องในความมีสติ กับความแม่นยำยิ่ง ในเหตุการณ์ดังกล่าว เขาประทับไหล่ยิงขณะที่เรือยังคงแล่นไปข้างหน้า ซึ่งยากมากที่จะ "สอย" เป้าหมายที่อยู่ไกลขนาดนั้น “นี่คือ พลแม่นปืนที่ดีที่สุดของเราคนหนึ่ง” พ.อ.แลนนิง เขียนเอาไว้ในหนังสือ “Inside the Crosshairs: Snipers in Vietnam”











1. คาร์ลอส นอร์แมน แฮธค็อกซ์ ที่ 2 (Carlos Norman Hathcock II)

แฮธค็อกซ์ เกิดวันที่ 20 พ.ค.2485 ถึงแก่กรรม 1 เม.ย.2542 เคยเป็นนักยิงปืนล่ารางวัลและได้รับหลากหลายรางวัลก่อนจะอาสาไปเวียดนาม ซึ่งพลทหารคนนี้สามารถ “ล้ม” ข้าศึกได้ 93 คนเท่าที่ยืนยันได้ และ ยังมีเป้าหมายที่ไม่สามารถยืนยันการเสียชีวิตได้อีกนับร้อย มีเรื่องเล่ากันต่อๆ มาว่า กองทัพเวียดนามเหนือตั้งค่าหัวแฮธค็อกซ์ถึง 30,000 ดอลลาร์ หลังจากสังหารกำลังพลของฝ่ายนั้นไปมากมาย รวมทั้งระดับรองแม่ทัพคนหนึ่ง แฮธค็อกซ์ เป็นสไนเปอร์เพียงคนเดียวในสงครามเวียดนาม ที่ “สอย” นักซุ่มของฝ่ายข้าศึกคนหนึ่งโดยยิงทะลุกล้องติดปืน ซึ่งมีเพียงโอกาสเดียวที่จะเกิดขึ้นได้ คือ ทั้งสองฝ่ายเล็งปืนเข้าหากันในเวลาเดียวกัน แฮธค็อกซ์ ลั่นไกก่อนและมันพุ่งทะลุเข้าลูกตาอย่างแม่นยำ เหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นขณะที่หมวดนาวิกโยธินที่แฮธค็อกซ์สังกัด กำลังลาดตระเวน สไนเปอร์ของเวียดนามเหนือเปิดฉากยิงจากระยะไกลแต่พลาด พลทหารโรแลนด์ เบิร์ค (Roland Burke) พลชี้เป้ามองเห็นแสงสะท้อนจากเลนส์กล้องติดปืน แฮธค็อกซ์เล็งไปที่นั่นทันทีทันใด และสร้างตำนานให้สไนเปอร์รุ่นหลังเล่าขาน ครั้งหนึ่งเขาได้รับคำสั่งให้ “เก็บ” นายพลเวียดนามเหนือคนสำคัญ แฮธค็อกซ์ปฏิบัติการเวลากลางคืน พรางตัวและคลานเป็นระยะทาง 1,500 หลาเข้าพื้นที่เป้าหมาย ช่วงหนึ่งเขาเกือบถูกงูเห่าฉก และอีกครั้งหนึ่งเกือบจะถูกทหารเดินยามเวียดนามเหนือคนหนึ่งเหยียบ แฮธค็อกซ์ คลานถึงจุดซุ่ม เมื่อเป้าหมายไปถึงเขาก็พร้อมอยู่แล้วและเหนี่ยวไกทันที ท่านนายพลโดนเข้ากลางอกล้มลง ทหารฝ่ายนั้นออกค้นหาสไนเปอร์จ้าละหวั่น พลทหารนักแม่นปืนต้องคลานกลับอีก 1,500 หลา ให้พ้นพื้นที่ข้าศึก และนี่คือ สุดยอดสไนเปอร์ในช่วงสงครามเวียดนาม ซึ่งทะยานขึ้นอันดับ 1 ในสังเวียนระดับโลก




10 อันดับ สุดยอดปืนซุ่มยิง

10. M24






อันดับที่ 10  M24


 ได้แก่ M24 ปืนซุ่มยิง M24 ของกองทัพบกสหรัฐอเมริกา ขนาด 7.62 ม.ม.ยาว 1.092ม.ม.กล้องเล็งหนัก 794กรัม ขาทรายหนัก 318กรัม ซองกระสุน 5นัด ความเร็วกระสุน 853 เมตร/วินาที ระยะยิงหวังผล 800ม. ผลิตโดย บริษัท อาร์ม คัมพานี นิวยอร์คอเมริกา ปืนซุ่มยิง M24 ของกองทัพบกสหรัฐอเมริกา ขนาด 7.62 ม.ม.ยาว 1.092ม.ม.กล้องเล็งหนัก 794กรัม ขาทรายหนัก 318กรัม ซองกระสุน 5นัด ความเร็วกระสุน 853 เมตร/วินาที ระยะยิงหวังผล 800ม. ผลิตโดย บริษัท อาร์ม คัมพานี นิวยอร์คอเมริกา


9. M110 SR25





อันดับที่ 9 ได้แก่ M110 SR25 SR 25 ปืนยาว (Stoner ปืน 25 model)


 พัฒนาขึ้นโดย Reed Knight (เจ้าของ Knights ฝึกยิงอาวุธ Co) และ Eugene Stoner (ออกแบบ M16 และ Stoner 63 rifles ในสิ่งอื่น ๆ ) ในช่วงปี 1990 ในสาระสำคัญที่ SR 25 คือ AR - 15 ปรับขนาดปืนยาวถึงยิง 7,62 x51 / Win .308 กระสุนมีถึง 60% ของส่วนของปืนยาวใหม่ถูกถอดเปลี่ยนกับ AR - มาตรฐาน 15 องค์ประกอบ นี้ขายดีในหมู่นักกีฬาปืนยาวพลเรือนผู้ที่ต้องการปืนยาวกึ่งอัตโนมัติที่ถูกต้องใน 7,62 / 0.308 ความสามารถเพื่อการล่าสัตว์หรือยิงเป้า ปืนยาวนี้ยังพบความโปรดปรานของสหรัฐอเมริกาทหาร


8. L42 EnField(Britain)




อันดับที่ 8 ได้แก่ L42 EnField(Britain) Lee Enfield


 เป็นสไนเปอร์ที่วัดกันที่นัดเดียวเท่านั้น ซึ่งมีไว้สำหรับคนที่ใช้สไนเปอร์ที่ชำนาญแล้วเท่านั้น เพราะกระสุนที่น้อย และเสียงที่ดังมากในขณะยิง ทำให้อีกฝ่ายนอกจากจะจับทิศทางเราได้ และเราจะแก้ทางค่อนข้างลำบากเพราะต้องเปลี่ยนกระสุนเพื่อทำให้นัดที่สองยิงได้แม่นยำเหมือนเดิม ทำให้เสียเวลามาก จึงควรตัดสินทุกอย่างในนัดเดียว


7. M14




อันดับที่ 7 ได้แก่ M14 


ปืนรุ่นนี้ประจำการกองทัพสหรัฐในสงครามเวียดนามช่วงแรกๆแต่เนื่องจากมีน้ำหนักมากและกระสุนมีขนาดใหญ่พกพาไปได้ไม่มากและมีความรุ่นแรงของขนาดกระสุนสุดท้ายก็เปลี่ยนมาเป็น M- 16 และทางกองทัพสหรัฐก็เก็บคืนไปและสั่งปรับปรุงระบบชุดลั่นไกและตัวโครงปืนให้มีน้ำหนักเบาลงและเพิ่มความแม่นยำของระบบศูนย์และติดกล้องเล็งแล้วนำกลับไปประจำการเป็นอาวุธซุ้มยิงในหลายหน่วยของกองทัพสหรัฐ โดยเฉพาะหน่วยซีลนิยมใช้กันมาก


6. Psg-1




อันดับที่ 6 ได้แก่ Psg-1 PSG – 1(Prazisions Sharfschutzen Gewehr – 1)


 ปืนสไนเปอร์ไรเฟิล (Sniper Rifle) กึ่งอัตโนมัติของบริษัท H&K แห่งเยอรมัน ชื่อของมันหมายถึง ปืนที่เเม่นยำ ผลิตโดยใช้โครงสร้างของ G3 โมเดล เป็นปืนที่มีความเเม่นยำสูงที่สุด เเละยังได้รับการประเมินว่าเป็นปืนที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด ในภารกิจการต่อต้านการก่อการร้ายของ Sniper Rifle ที่มีอยู่ในปัจจุบัน (เมื่อยิงในระยะ 100 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางของเป้าหมายจะเท่ากับ 6.99 มม เมื่อยิงในระยะ 300 เมตรจะเท่ากับ 80 มม) เเต่ไม่มีเหตุผลที่จะใช้งานสำหรับภารกิจทางทหารทั่วๆไป เนื่องจาก ไม่สามารถโดนฝุ่นดินหรือโคลนได้ มีน้ำหนักมากเกินกว่า 8 กก. และราคาที่เเพงสมคุณภาพ คือ กระบอกละ 12,000 US $ ปืนไรเฟิลซุ่มยิง H&K PSG-1 ใช้ระบบปฏิบัติการแบบ Roller-delayed blowback เหมือนปืนไรเฟิลอื่นๆของค่าย H&K แต่ยิงอัตโนมัติไม่ได้ ยิงได้แต่แบบกึ่งอัตโนมัติ ใช้กระสุนขนาด .308 Winhester หรือ 7.62?51 mm. NATO ความจุ 5 นัดและ 20 นัด


5. Dragunov SVD




อันดับที่ 5 ได้แก่ Dragunov SVD Dragunov


 เป็นหนึ่งในรุ่นที่ดัดเเปลงหลายๆอย่างมาจากปืนไรเฟิล AK ของรัสเซีย เเละทำให้กลายเป็น สไนเปอร์ ไรเฟิล ด้วยการดัดเเปลง ลำกล้องให้ยาวขึ้น เปลี่ยนพานท้ายปืนเเละเพิ่ม Feeder เข้าไป ปัจจุบันดรากูนอฟ (SVD) ถูกใช้อย่างเเพร่หลายในยุโรปตะวันออกเเละรัสเซีย มันสามารถเล็งเป้าหมายที่เคลื่อนรวดเร็วได้อย่างมีประสิทธิภาพ เเละเเม่นยำ ด้วยเทเลโฟโต้เลนส์รุ่น PSO-1M2 สามารถปรับความเร็วการยิงได้โดยใช้การทำงานของเเก๊ซ ทำให้ความปลอดภัยในการยิงเเละการควบคุมปืนมีสูงขึ้น" Dragunov SVD จัดเป็นปืนประเภท Desingnate Marksman Rifle ( ปืนของพลชี้เป้า ) ครับ ไม่ได้เป็น Sniper Rifle เต็มตัว อันเนื่องมาจากความแม่นยำที่ไม่มาก ( 2.0-2.5 MOA แม่นกว่า Assault Rifle นิดเดียว ) การออกแบบปืนนี้และการใช้งาน จะไม่เน้นที่การเอามายิงลอบสังหารครับ ( เพราะมันไม่แม่นพอ ) แต่จะใช้ยิงและเล็งทำนองเชิงสนับสนุนมากกว่า เช่นการบอกตำแหน่งและการชี้ระยะเพื่อให้มีการยิงปืนใหญ่และรถถังสนับสนุน หรือเพื่อให้สไนเปอร์อีกคนยิง แต่ในบางสถานการณ์ SVD ก็สามารถใช้เป็นปืนซุ่มยิงระยะกลางได้ และหากไม่โดนก็สามารถที่จะยิงซ้ำได้ด้วยระบบ Semi Auto ของปืน โดยสรุปแล้ว ถึงจะไม่แม่นเท่าสไนเปอร์ไรเฟิลรุ่นมาตรฐาน แต่สามารถบอกระยะได้แม่นยำด้วยขีดบอกระยะเฉพาะในลำกล้อง


4. AS50





อันดับที่ 4 ได้แก่ AS50 AS50 ของ บริษัท Accuracy International ประเทศอังกฤษ



3. Barrett M82 .50Cal




อันดับที่ 3 ได้แก่ Barrett M82 .50Cal 

ปืนซุ่มยิงระยะไกลที่มีอำนาจการยิงสูง ได้รับการพัฒนาโดยบริษัท Barrett Firearms USA เป็นปืนซุ่มยิงที่ประจำอยู่หลายหน่วยทั่วโลก เป็นปืนซุ่มยิง กึ่งอัตโนมัติ ที่มีรังเพลิงไว้ใช้กับลูกขนาด.50 ที่มีอำนาจการทำลายสูง ด้วยประสิทธิภาพการยิงที่แม่นยำที่ระยะ 1.5 กม. รวมทั้งสถิติการยิงที่ระยะ 2.5 กม. รวมทั้งกระสุนที่มีพลังงานสูงที่มีประสิทธิภาพ สามารถปฎิบัติการ ต่อเป้าหมายที่สำคัญเช่น หอควบคุมเรดาห์ รถบรรทุก หรืออากาศยาน


2. Chaytac M200 (ขนาด .408)




อันดับที่ 2 ได้แก่ Chaytac M200 (ขนาด .408)

 ปืนไรเฟิลซุ่มยิง CheyTac Intervention ใช้กระสุนขนาด .408 CheyTac ระบบปฏิบัติการแบบ Bolt-action ความจุ 5-7 นัด ระยะหวังผล 1,800-2,000 เมตร


1. L115A3 AWM




อันดับที่ 1 ได้แก่ L115A3 AWM

ปืนสไนเปอร์ระยะไกล L115a3(AWM-Arctic Warfare Magnum)ที่ยิงได้อย่างแมนยำในระยะ1500เมตรใช้ใน8ประเทศในปัจจุบัน และนายทหารชาวอังกฤษเมืองผู้ดีนายนึงได้ทุบสถิติที่Sniperทุกคนเคยทำมาด้วยการยิงที่ไกลที่สุดในประวัติศาสตร์ที่เคยมีมาทุบทุกสถิติที่สไนเปอร์ทั่วโลกเคยทำไว้ เขาสังหารทหารพลปืนกลเบาTalibanสองนายจากระยะทางถึง 2.47 กิโลเมตรในหุบเขา ณ อัฟกานิสถาน ซึ่งไกลเกินกว่าระยะที่ปืนL115a3ของอังกฤษที่ใช้กระสุน.338 lapua magnumจากfinlandจะทำได้